ข้อกำหนดและเงื่อนไขของงานอีเวนท์
ขอบเขตการใช้บังคับ
ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ใช้บังคับแก่งานอีเวนท์สาธารณะทั้งปวงซึ่งสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเป็นผู้จัดหรือดำเนินงานโดยที่การร่วมงานอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกายภาพ ข้อคำนึงด้านสุขภาพ หรือความเสี่ยงส่วนบุคคลที่เกินกว่าปกติ เว้นแต่จะระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น
1. คำจำกัดความ
ให้ถ้อยคำดังต่อไปนี้มีคำจำกัดความดังนี้
“งานอีเวนท์” หมายถึง งานอีเวนท์สาธารณะใด ๆ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเป็นผู้จัดหรือดำเนินงานอันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกายภาพ ข้อคำนึงด้านสุขภาพ หรือความเสี่ยงส่วนบุคคลที่เกินกว่าปกติ
“ผู้จัดงาน” หมายถึง สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย
“ผู้ร่วมงาน” หรือ “ท่าน” หมายถึง บุคคลผู้ลงทะเบียนเข้างานหรือมีส่วนร่วมในงานอีเวนท์
2. ข้อมูลและสิทธิ์ของผู้ร่วมงาน
2.1 โดยการลงทะเบียนเข้างานอีเวนท์ ท่านขอให้ถ้อยแถลงและคำรับรองว่าข้อมูลทั้งปวงที่ได้ให้แก่ผู้จัดงานนั้นเป็นความจริง ถูกต้อง และสมบูรณ์
2.2 ท่านมีอายุอย่างน้อย 18 ปี หรือได้รับความยินยอมที่มีผลสมบูรณ์จากบิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบธรรมในการร่วมงานอีเวนท์แล้ว
2.3 ผู้จัดงานขอสงวนสิทธิเด็ดขาดในการปฏิเสธหรือเพิกถอนการร่วมงานอีเวนท์ของท่านโดยอยู่ในดุลพินิจของผู้จัดงานแต่เพียงผู้เดียว
3. การรับภาระความเสี่ยงโดยชัดแจ้ง
3.1 ท่านรับทราบและตกลงว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมออกกำลังกาย สันทนาการ หรือกิจกรรมทางกายภาพอื่น ๆ นั้นเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่มีอยู่แล้วโดยเนื้อแท้และมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง การบาดเจ็บทางกายอย่างสาหัส ความพิการถาวร หรือการตาย
3.2 ท่านรับภาระความเสี่ยงเช่นนั้นทั้งปวงโดยสมัครใจและโดยที่รู้อยู่ ไม่ว่าความเสี่ยงนั้นจะเป็นที่ทราบหรือไม่เป็นที่ทราบ คาดการณ์ล่วงหน้าได้และมิอาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ก็ตาม
4. การยกเว้นและปลดเปลื้องความรับผิด
4.1 โดยหนังสือนี้ ท่านขอยกเว้น ปลดเปลื้อง และปลดภาระผู้จัดงาน กรรมการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ผู้สอน ตัวแทน และหน่วยงานในสังกัดของผู้จัดงานโดยเพิกถอนมิได้ จากข้อเรียกร้อง ข้อทวงถาม ค่าเสียหาย ค่าสูญเสีย ความรับผิด ค่าใช้จ่าย และรายจ่ายใด ๆ และทั้งปวงไม่ว่าชนิดใดอันเกิดจากการที่ท่านร่วมงานอีเวนท์ เท่าที่ได้รับอนุญาตไว้เต็มที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4.2 การยกเว้นนี้ใช้บังคับแก่ข้อเรียกร้องทั้งปวงซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อด้วย เว้นแต่ในกรณีไม่สามารถยกเว้นความรับผิดเช่นนั้นได้ตามกฎหมายไทย รวมทั้งความรับผิดต่อความประมาทเลินเล่อร้ายแรงหรือการจงใจประพฤติมิชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทยด้วย
5. การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
5.1 ท่านตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ปกป้อง และคงให้ผู้จัดงาน (รวมทั้งกรรมการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ผู้สอน ตัวแทนของผู้จัดงาน) และหน่วยงานในสังกัดปลอดพ้นความรับผิดจากและต่อข้อเรียกร้อง ความรับผิด ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือรายจ่ายใด ๆ (รวมทั้งค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับกฎหมาย) ซึ่งเกิดจาก
(ก) การที่ท่านเป็นผู้ร่วมงานอีเวนท์
(ข) การที่ท่านได้กระทำผิดเงื่อนไขเหล่านี้ หรือ
(ค) การกระทำโดยประมาทเลินเล่อ มุทะลุ หรือโดยเจตนาของท่าน
6. การจำกัดความรับผิด
6.1 เท่าที่กฎหมายได้อนุญาตไว้สูงสุด
(ก) ผู้จัดงานมิต้องรับผิดต่อค่าเสียหายโดยอ้อม ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการผิดสัญญาหรือกระทำละเมิด ค่าเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง ค่าเสียหายพิเศษ หรือค่าเสียหายเชิงลงโทษใด ๆ
(ข) หากมียอดรวมความรับผิดทั้งหมดของผู้จัดงานในเรื่องเกี่ยวกับงานอีเวนท์ ก็ให้จำกัดยอดรวมดังกล่าวไว้โดยเคร่งครัดเพียงเท่าที่อนุญาตให้มากที่สุดตามกฎหมายไทย
(ค) ข้อจำกัดนี้ใช้บังคับโดยมิต้องคำนึงถึงทฤษฎีความรับผิดตามกฎหมาย
7. การปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและการถอดถอน
7.1 ท่านตกลงปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามข้อแนะนำและระเบียบด้านความปลอดภัยทั้งปวงซึ่งผู้จัดงานหรือพนักงานของผู้จัดงานเป็นผู้ออกให้
7.2 ผู้จัดงานอาจระงับหรือถอดถอนท่านออกจากงานอีเวนท์โดยทันทีก็ได้หากผู้จัดงานเห็นแต่เพียงผู้เดียวว่าการร่วมงานอีเวนท์ของท่านนั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความยุ่งเหยิงใด ๆ
8. ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล
8.1 ท่านเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อทรัพย์สินส่วนตัวของท่านที่งานอีเวนท์ ผู้จัดงานมิต้องมีความรับผิดใด ๆ ก็ตามต่อการสูญหาย การถูกโจรกรรม หรือความเสียหายใด ๆ ต่อทรัพย์สินส่วนบุคคลไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยประการใดก็ตาม
9. การเปลี่ยนแปลง
9.1 ผู้จัดงานขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกำหนดการ ผู้สอน หรือสถานที่สำหรับงานอีเวนท์ในขณะใดก็ได้โดยปราศจากความรับผิด
10. เหตุสุดวิสัย
10.1 ผู้จัดงานมิต้องรับผิดใด ๆ ต่อความล้มเหลวหรือล่าช้าใด ๆ ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์อันพ้นวิสัยที่ผู้จัดงานจะควบคุมได้ตามสมควร ซึ่งรวมถึงคำสั่งของรัฐบาล การระบาดใหญ่ของโรค หรือการปิดสถานที่
11. การสามารถแยกออกจากกันได้
11.1 หากพบว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้มีข้อความใดที่ไม่มีผลสมบูรณ์หรือบังคับใช้ไม่ได้ ก็ให้ข้อความส่วนที่เหลือยังคงมีผลบังคับอยู่โดยสมบูรณ์
12. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจ
12.1 ให้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้อยู่ใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย
12.2 ให้ข้อพิพาทใด ๆ ระหว่างท่านกับผู้จัดงานในเรื่องงานอีเวนท์หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ตกอยู่ภายใต้เขตอำนาจจำเพาะของศาลไทยแต่เพียงแห่งเดียว
13. การยอมรับโดยมีผลผูกพัน
13.1 โดยการลงทะเบียนเข้างานอีเวนท์ ท่านยืนยันว่าท่านได้อ่าน เข้าใจ และตกลงเห็นชอบกับข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้แล้ว และการดังกล่าวนี้จึงเป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างท่านกับผู้จัดงาน
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการจัดการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้
ผู้จัดงานไม่เก็บรวบรวมข้อมูลการลงทะเบียนหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ จากผู้ร่วมงานอีเวนท์
อย่างไรก็ตาม อาจมีการถ่ายภาพ บันทึกภาพวีดิทัศน์ หรือบันทึกภาพและเสียงอย่างอื่นในระหว่างงานอีเวนท์ซึ่งบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้อาจปรากฏตัวอยู่ ภาพหรือสิ่งบันทึกดังกล่าวนี้อาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้งาน
ผู้จัดงานอาจเก็บรวบรวมภาพถ่ายและสิ่งบันทึกต่าง ๆ ไว้และนำไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
• นำกิจกรรมของผู้จัดงานไปจัดทำเป็นเอกสารและรายงาน และ
• เผยแพร่บนเว็บไซต์ ช่องทางสื่อสังคมเป็นทางการ รายงาน จดหมายข่าวของผู้จัดงาน หรือสิ่งตีพิมพ์เผยแพร่เป็นทางการอื่น ๆ ของสถานเอกอัครราชทูต
3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บุคลากรผู้มีอำนาจของผู้จัดงาน และผู้ให้บริการซึ่งได้รับการว่าจ้างให้สนับสนุนการติดต่อสื่อสารหรือโฆษณาเผยแพร่ของผู้จัดงานในกรณีจำเป็น จะเข้าไปตรวจดูภาพถ่ายและสิ่งบันทึกต่าง ๆ ก็ได้
ผู้จัดงานจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอกเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้เปิดเผย
4. ระยะเวลาเก็บรักษา
จะเก็บรักษาภาพถ่ายและสิ่งบันทึกต่าง ๆ ไว้เพียงตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรในการดำเนินการให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในคำประกาศนี้เท่านั้นหรือตามที่จำเป็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังจากนั้นภาพถ่ายและสิ่งบันทึกดังกล่าวก็จะถูกลบออกหรือทำให้เป็นข้อมูลนิรนามโดยปลอดภัย
5. สิทธิตาม PDPA
ตาม PDPA ท่านมีสิทธิในการ
• ขอเข้าไปตรวจดูข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
• ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง
• ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง
• ขอให้ลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลนิรนาม
• จำกัดหรือคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
• เพิกถอนความยินยอมของท่านในขณะใดก็ได้
• ยื่นข้อร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
6. การเพิกถอนความยินยอม
ท่านจะเพิกถอนความยินยอมของท่านในขณะใดก็ได้โดยติดต่อเราทางอีเมลที่ [email protected]
การเพิกถอนจะไม่มีผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลข้อมูลโดยอ้างอิงความยินยอมที่ได้ให้ไว้ก่อนจะถูกเพิกถอน
