กระชับความสัมพันธ์รัฐสภาระหว่างออสเตรเลียและไทย
26 สิงหาคม 2569
ในสัปดาห์นี้ นายมิลตัน ดิก ประธานสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย เดินทางเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมการหารือระดับสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างรัฐสภาออสเตรเลียและไทย นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย
ประธานสภาฯ ดิก ได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี ภายหลังการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
“ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนที่สำคัญในภูมิภาคและประเทศมิตรสหายที่มีความสัมพันธ์มายาวนาน” ประธานสภาฯ ดิก กล่าว
“ความสัมพันธ์ของเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ และได้รับการส่งเสริมจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาล สถาบันต่าง ๆ และประชาชน ผมได้เห็นสิ่งนี้ด้วยตนเองในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่การหารือกับเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองรุ่นใหม่เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำสตรีไทยที่สร้างแรงบันดาลใจจากหลากหลายพรรคการเมือง”
ระหว่างการเยือนกรุงเทพฯ ประธานสภาฯ ดิก ยังได้พบกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา รวมถึงหารือกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ซึ่งเพิ่งเดินทางเยือนออสเตรเลียพร้อมคณะผู้แทนรัฐสภาระดับสูง
นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาถือเป็นเสาหลักสำคัญประการหนึ่งของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ
“ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐสภาอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบัน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างออสเตรเลียและไทย” นายคังกล่าว
“เรามีการแลกเปลี่ยนที่มีคุณค่าผ่านกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ออสเตรเลีย และทั้งออสเตรเลียและไทยยังเป็นสมาชิกของสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union: IPU) โดยในปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 70 ปีของการที่ออสเตรเลียเข้าเป็นสมาชิก IPU อย่างเป็นทางการ”
IPU เป็นองค์การระดับโลกของรัฐสภาประเทศต่าง ๆ ปัจจุบันมีรัฐสภาสมาชิก 183 แห่ง โดยมีบทบาทในการส่งเสริมการทูตรัฐสภา รวมทั้งสนับสนุนศักยภาพของรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาในการส่งเสริมสันติภาพ ประชาธิปไตย และการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลก






